top of page
ค้นหา

บ้าน Passive Design ที่ลดความร้อนและค่าไฟลง 50% อย่างยั่งยืน

  • รูปภาพนักเขียน: The Precious  Luxury Home Builder
    The Precious Luxury Home Builder
  • 10 ม.ค.
  • ยาว 1 นาที

ในยุคที่พลังงานกลายเป็นต้นทุนหลักของการอยู่อาศัย การสร้างบ้านให้เย็น อยู่สบาย และประหยัดพลังงาน จึงไม่ใช่เพียงเทรนด์ แต่คือแนวคิดสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในปัจจุบัน หนึ่งในแนวทางการออกแบบที่ตอบโจทย์ที่สุดคือ Passive Design หรือการออกแบบเชิงรับ ซึ่งเป็นการออกแบบอาคารโดยอาศัยพลังจากธรรมชาติ เพื่อควบคุมอุณหภูมิ แสง และการระบายอากาศภายในบ้างอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าให้น้อยที่สุด แต่ยังคงความรู้สึกสบายภายในทุกมุมของบ้าน 


หัวใจของ Passive Design อยู่ที่การเข้าใจธรรมชาติรอบตัว สถาปนิกจะพิจารณาตั้งแต่ทิศทางของแสง กระแสลม รูปทรง และการวางผังของอาคาร ไปจนถึงวัสดุ โทนสีของพื้น ผนัง และหลังคา เพื่อให้บ้านรับแสงได้อย่างพอดี ระบายความร้อนได้ดี ลดการสะสมความร้อนในช่วงกลางวัน


บ้านที่อยู่สบายโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานมาก นอกจากจะช่วยลดค่าไฟลงได้อย่างเห็นผลแล้ว ยังช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสัมผัสถึงความเย็นสบายจากธรรมชาติได้จริงในทุกฤดูกาล ซึ่งจะได้บ้านที่ทั้งสวย ประหยัด และยั่งยืนในเวลาเดียวกัน

  

เทคนิคลดความร้อนจากธรรมชาติ 

  1. วางทิศอาคารอย่างมีกลยุทธ์ การวางแนวอาคารในทิศเหนือ–ใต้ ทำให้ผนังด้านยาวของบ้านไม่รับแดดตรง ลดการสะสมความร้อนในช่วงบ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

  2. ออกแบบหลังคาและกันสาดให้เหมาะสม หลังคาลาดเอียงและมีกันสาดยื่นออกมาอย่างพอเหมาะ ช่วยบังแดดและฝน พร้อมระบายความร้อนออกจากตัวอาคารได้ดีขึ้น ส่วนหลังคาที่มีช่องระบายอากาศหรือติดฉนวนกันความร้อน จะช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้มากถึง 5-8 องศาเซลเซียส

  3. เพิ่มช่องเปิดเพื่อระบายอากาศตามแนวลมธรรมชาติ การเปิดช่องหน้าต่างตรงข้ามแนวทิศทางลม ช่วยให้อากาศหมุนเวียนและลดการสะสมของความร้อนโดยไม่ต้องใช้พัดลมหรือแอร์

  4. ใช้วัสดุสะท้อนความร้อนและโทนอ่อน ผนังสีอ่อน หลังคาเมทัลชีทเคลือบสะท้อนความร้อน หรือกระจก Low-E ช่วยสะท้อนรังสีอินฟราเรดออกนอกอาคารได้ดี ทำให้บ้านเย็นขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มค่าไฟ


เติมธรรมชาติเพื่อความเย็นอย่างยั่งยืน พื้นที่สีเขียวรอบบ้าน เช่น สนามหญ้า บ่อบัว หรือต้นไม้ใหญ่ ช่วยดูดซับความร้อนและเพิ่มความชื้นในอากาศได้ตามธรรมชาติ อีกทั้งยังสร้างบรรยากาศร่มรื่นน่าอยู่ 


ต้นไม้ใหญ่เพียงต้นเดียว สามารถช่วยลดอุณหภูมิรอบบ้านได้เทียบเท่าเครื่องปรับอากาศหนึ่งเครื่อง นี่คือหัวใจของ Passive Design ที่ไม่เพียงประหยัดพลังงาน แต่ยังช่วยโลกไปพร้อมกัน 


ประหยัดค่าไฟฟ้าได้จริงถึง 50% 

เมื่ออาคารสามารถควบคุมอุณหภูมิได้ด้วยตัวเอง การใช้เครื่องปรับอากาศ พัดลม และแสงไฟในตอนกลางวันก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด งานวิจัยหลายแห่งพบว่า บ้านที่ออกแบบตามหลัก Passive Design สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้กว่า 30–50% ต่อปี


การออกแบบ Passive Design สู่การอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน 

การออกแบบ Passive Design ไม่ใช่เพียงแนวคิดทางสถาปัตยกรรม แต่คือวิถีชีวิตที่เคารพต่อธรรมชาติ การออกแบบให้บ้านเย็นโดยไม่ต้องใช้พลังงานมาก คือการคืนสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว


ดังนั้น บ้านที่ดีไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานมาก หากเราเข้าใจธรรมชาติและออกแบบให้มันทำงานร่วมกับเรา “Passive Design” จึงไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือแนวทางการสร้างบ้านแห่งอนาคต


The Precious พร้อมเนรมิตบ้านและทุกพื้นที่ให้สมบูรณ์แบบ ภายใต้สโลแกน “Where dream come home” ด้วยบริการออกแบบบ้าน ออฟฟิศ และตกแต่งภายในพร้อมบิวท์อินเฟอร์นิเจอร์แบบ Full Service ครบวงจรในระดับพรีเมียม งานก่อสร้างมาตรฐานสูงและดีไซน์เฉพาะตัว


ด้วยประสบการณ์ตั้งแต่ปี 2556 และความไว้วางใจจากลูกค้าผ่านการบอกต่อ The Precious มุ่งพัฒนาสู่การเป็นบริษัทรับออกแบบและสร้างบ้านคุณภาพระดับสูง เพื่อเป็นตัวเลือกอันทรงคุณค่าสำหรับทุกท่าน


Where Dreams Come Home.


Youtube : ThePrecious

Line : bdprecious



 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page